Search

คาดิโอหรือเวทเทรนนิ่งแบบไหนดีกว่ากัน ?


ในปัจจุบันเทรนด์ของการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพนั้นมาแรงมากๆ หลายคนจึงมีความคาดหวังว่าจะมีหุ่นที่ดี สุขภาพที่แข็งแรงและบุคลิกที่ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าหากจะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นเราต้องเรียนรู้ที่จะออกกำลังกายให้ถูกวิธีและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลก่อน วันนี้ทาง Theclasstutor จะพาทุกคนไปรู้จักกับการออกกำลังกายสองแบบนั่นคือแบบคาร์ดิโอและแบบเวทเทรนนิ่ง ไปดูกันว่าการออกกำลังกายแบบไหนดีกว่ากันครับ


1. การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (cardio)

เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการเผาผลาญพลังงานจากไขมันและคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย ทำให้อาหารที่เรากินไม่เกิดการสะสมและแปรสภาพเป็นไขมันส่วนเกิน ที่ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหัวใจและปอด เพิ่มความอดทนและช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และทำให้เหนื่อยได้น้อยลงด้วย ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ได้แก่ เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน แอโรบิก เป็นต้น


2. การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง (Weight Training)

เป็นการออกกำลังกายที่ใช้น้ำหนักมาเป็นแรงต้านในการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง เพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ หรือเพื่อกระชับกล้ามเนื้อในส่วนนั้น ๆ การเล่นเวทจะช่วยกระชับสัดส่วนของกล้ามเนื้อ ทำให้มีส่วนโค้งเว้า มีรูปร่างได้รูปอย่างมีสุขภาพดี ( โปรแกรมการเล่นเวทสามารถเจาะจงเฉพาะส่วนได้ เช่น อยากได้ส่วนขา ก็ใช้น้ำหนักจากอุปกรณ์เวทแค่ส่วนขา ) สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นเวทเทรนนิ่ง ได้แก่ ดัมเบลล์ ลูกเหล็ก ขวดน้ำ รวมไปถึงการใช้เครื่องมือออกกำลังกายที่เรียกว่า Weight Machines


มาถึงคำถามที่ว่า สรุปแล้วการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือแบบเวทเทรนนิ่งนั้นแบบไหนดีกว่ากัน คำตอบที่ดีที่สุด นั่นคือ เราควรเล่นคาร์ดิโอควบคู่ไปกับการเล่นเวทเทรนนิ่ง เนื่องจากคาร์ดิโอคือ ตัวช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหัวใจและปอด เพิ่มความอดทนและช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ทำให้เหนื่อยน้อยลง ส่วนเวทเทรนนิ่งจะช่วยในเรื่องการสร้างชั้นกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่และช่วยกำจัดไขมันออกไป ดังนั้น การออกกำลังกายที่ดีควรเล่นทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งควบคู่กันไป จึงจะช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความกระชับของสัดส่วน และความอึดให้ร่างกายได้มากขึ้น โดยแนะนำให้เริ่มที่เวทเทรนนิ่งก่อน เนื่องจากเป็นการใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อโดยตรง หลังจากนั้นพักกล้ามเนื้อประมาณ 10 นาที แล้วจึงต่อด้วยคาร์ดิโอ

1 view0 comments